ในปัจจุบันถ้าเราจะกล่าวถึงโรคที่มีความร้ายแรงในอันดับต้นๆ ก็คงหนีไม่พ้นมะเร็ง
มะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เซลล์เจริญ(แบ่งตัว) อย่างผิดปกติ การที่เซลล์เปลี่ยนสภาพไปจากปกติจะไม่อยู่ในการควบคุมวัฏจักรการแบ่งตัว รุกรานเนื้อเยื่อข้างเคียง หรืออาจแพร่กระจายไปยังที่อื่น ๆ (
การแพร่กระจายของเนื้อร้าย) ลักษณะทั้งสามประการที่กล่าวมานี้เป็นคุณสมบัติของเนื้อร้าย
ซึ่งต่างจาก เนื้องอก
ซึ่งไม่ร้ายแรงเพราะไม่รุกรานหรือแพร่กระจาย และขนาดจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มะเร็งทั้งหมดยกเว้นมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อ
มะเร็งเกิดขึ้นได้โดยสารพันธุกรรมหรือยีนซึ่งควบคุมการทำงานของเซลล์ผิดปกติไป โดยที่ความผิดปกติของสารพันธุกรรมนั้นเป็นผลมาจากสารก่อมะเร็ง อาทิ ยาสูบ ควัน รังสี สารเคมีอย่างอื่น
หรือ เชื้อโรค ยีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งอาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่จำเพาะเจาะจงระหว่างการทำสำเนาของดีเอ็นเอ
หรืออาจถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ซึ่งสามารถตรวจพบได้ในทุกเซลล์หลังจากคลอด
การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของมะเร็งนั้นได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอย่างอื่นๆ ด้วย
จากการศึกษา พบว่าผู้หญิงวัยกลางคนในอังกฤษราว 6,000 คน เป็นมะเร็งมากขึ้นทุกปี สาเหตุมาจากความอ้วน โดยพบความเชื่อมโยงระหว่างน้ำหนักกับโอกาสเสี่ยงที่เป็นมะเร็งนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของผู้หญิงด้วย และทางกองทุนวิจัยมะเร็งโลก
ประกาศเตือนว่า ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง ดังต่อไปนี้ คือ
มะเร็งมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งที่ไต มะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งทรวงอก มะเร็งไขกระดูก มะเร็งที่ตับอ่อน
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิ้น และมะเร็งรังไข่
มะเร็งกำเนิดจากเซลล์ร่างกายที่สามารถแบ่งเซลล์ได้วิวัฒนาการจนไม่สามารถ
ควบคุมได้
มีกระบวนการวิวัฒนาการโดยการเปลี่ยนแปลงของโครโมโซมนั้นๆทำให้ผลิตเอนไซม์
มาสร้างเทโลเมียร์ในเซลล์อย่างไม่หมดสิ้นทำให้เซลล์ไม่สามารถหยุดแบ่งเซลล์
ได้
มะเร็งจะไม่ใช่โรคที่น่ากลัวสำหรับประชากรในโลกนี้อีกต่อไป
หากแต่ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องร่วมกับการดูแลสุขภาพกาย
และสุขภาพใจ ของผู้ป่วยให้ดี ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์
ผู้ป่วยโรคมะเร็งก็จะสามารถมีอายุยืนยาวและหากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
โรคมะเร็งก็จะไม่ลุกลามและหายขาดได้
ทั้งนี้ปัจจัยหลักนอกเหนือจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดแล้วการดูแลอาหารการกิน
ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน…
วันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับการบริโภคอาหารเพื่อต้านมะเร็งเริ่มต้นได้ง่ายจากครัว
ของเรา เริ่มต้นจาก
“กินผักหลากสีทุกวัน”
กินผักหลากสีทุกวัน
สีสันที่สวยงามของผักแต่ละชนิดมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและให้คุณค่าอาหารที่
แตกต่างกันออกไป
ดังนั้นในแต่ละวันเราควรบริโภคภักให้หลากหลายหรือบริโภคผักให้ครบทั้ง 5 สี
เพื่อประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ผักทั้ง 5 สีมีดังนี้
1. สารสีเหลือง สารสีส้ม ได้แก่ ฟักทอง แครอท
มีสารต้นอนุมูลอิสระ แคโรทีนอยด์ (β-Carotene)
และยังอุดมไปด้วยวิตามินที่สามารถต้านการเกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย
2. สารสีม่วง ได้แก่ กะหล่ำสีม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว มะเขือม่วง
สีม่วงในดอกอัญชัน พืชผักสีม่วงเหล่านี้มีสารแอนโทไซยานิน (Antocyanin)
ซึ่งจะช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง
3. สารสีเขียว ได้แก่ คะน้า บร็อคโคลี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี และยังรวมไปถึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง ตำลึง ที่มีวิตามินเอและพิกเมนต์คลอโรฟิลล์
4. สารสีขาว ได้แก่ มะเขือเปราะ ผักกาดขาว ดอกแค
โดยเฉพาะยอดของดอกแคจะมีสารเบตาแคโรทีนสูง
ซึ่งมีคุณสมบัติในการกำจัดสารอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี
5. สารสีแดง ได้แก่ มะเขือเทศ
มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกกันว่า “ไลโคปิน (Locopene)
มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาย
มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด
แหล่งที่มา:อาหารเสริมต้านมะเร็ง